
ทำความรู้จัก “นกสำคัญ” บนเส้นทางการอพยพเอเชียตะวันออก–ออสตราเลเซีย
ปีละสองครั้ง นกอพยพนับล้านตัวออกเดินทางครั้งสำคัญบนเส้นทางที่ทอดยาวตั้งแต่ไซบีเรียไปจนถึงชายฝั่งนิวซีแลนด์ เส้นทางนี้เรียกว่า เส้นทางการอพยพนกเอเชียตะวันออก–ออสตราเลเซีย (East Asian–Australasian Flyway) หรือ EAAF หนึ่งในเส้นทางอพยพของนกที่สำคัญที่สุดของโลก ครอบคลุมพื้นที่หลากหลาย ตั้งแต่ทุนดราในเขตอาร์กติก พื้นที่ชุ่มน้ำเขตร้อน ไปจนถึงพื้นที่โคลนชายฝั่ง ตลอดเส้นทางนี้มีนกหลากหลายชนิดเดินทางผ่านและพึ่งพาพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งพักหาอาหารระหว่างการอพยพ นกเหล่านี้มีทั้งนกขนาดใหญ่สูงเกือบ 2 เมตร ไปจนถึงนกชายเลนตัวเล็กที่มีน้ำหนักเพียงไม่กี่กรัม และการเดินทางของพวกมันยังเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนเกือบ 2 พันล้านคนใน 37 ประเทศ
มาทำความรู้จักกับนก
4 ชนิดที่สะท้อนความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำตลอดเส้นทางการอพยพนี้
นกฟินฟุท
(Masked
Finfoot)
นักว่ายน้ำแห่งป่าชายเลนซุนดาร์บันส์
ในประเทศบังกลาเทศ ป่าชายเลน ซุนดาร์บันส์ (The Sundarbans) เป็นถิ่นอาศัยของ Masked Finfoot นกที่มีสถานะ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) และเป็นหนึ่งในนกที่พบเห็นได้ยาก จุดเด่นของมันคือ เท้าสีเขียว ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งการว่ายน้ำและการปีนป่ายไปตามกิ่งไม้ของป่าชายเลน การดำรงอยู่ของนกชนิดนี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งการล่าและการเปลี่ยนแปลงของถิ่นที่อยู่อาศัย จึงมีการศึกษาประชากรและทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อหาแนวทางคุ้มครองนกชนิดนี้ในระยะยาว
พื้นที่อนุรักษ์สำคัญ
The Sundarbans,
บังกลาเทศ ป่าชายเลนขนาดใหญ่ เป็นถิ่นอาศัยของนกชนิดนี้
นกกระเรียนพันธุ์ไทย
หรือนกกระเรียนสารัส (Sarus Crane)
ยักษ์ใหญ่แห่งพื้นที่ชุ่มน้ำกัมพูชา
เดินทางมาทางกัมพูชา
เราจะพบกับ นกกระเรียนพันธุ์ไทยหรือนกกระเรียนสารัส (Sarus Crane) หนึ่งในนกบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยสามารถมีความสูงได้ถึงประมาณ 2 เมตร จุดเด่นคือ ส่วนหัวและคอตอนบนไม่มีขน
มีแผ่นหนังเปลือยและตุ่มหนังสีแดงสดใส
บริเวณกลางกระหม่อมมีแผ่นหนังสีเทาหรือเขียวอ่อน
พื้นที่อนุรักษ์สำคัญ
Boeung Prek
Lpouv / Anlung Pring, กัมพูชา
เป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญของนกชนิดนี้
โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง
นกกระเรียนพันธุ์สารัสใช้พื้นที่ชุ่มน้ำทางการเกษตรเป็นแหล่งหาอาหาร ทั้งรากพืช
แมลง และสัตว์ขนาดเล็ก
นกกระเรียนคอขาว
(White-naped
Crane)
สัญลักษณ์แห่งพื้นที่ชุ่มน้ำมองโกเลีย
ที่ประเทศมองโกเลีย
พื้นที่ชุ่มน้ำทางตะวันออกของดอร์นอดเป็นแหล่งสำคัญสำหรับ นกกระเรียนคอขาว (White-naped
Crane) ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในระดับโลก เป็นนกขนาดใหญ่ในวงศ์นกกระเรียน
มีลักษณะเด่นคือลำตัวสีเทา มีแถบสีขาวที่บริเวณคอจนถึงท้ายทอย
และรอบดวงตาเป็นสีแดง นกชนิดนี้ใช้ภูมิประเทศของพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่ง ผสมพันธุ์
และต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์เพื่อดำรงชีวิต อย่างไรก็ตาม
พื้นที่ดังกล่าวยังถูกใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรโดยชุมชนเร่ร่อน
พื้นที่อนุรักษ์สำคัญ
Eastern
Wetlands of Dornod, มองโกเลีย
นกชายเลนปากช้อน
(Spoon-billed
Sandpiper)
นักเดินทางตัวจิ๋วแห่งปากทะเล
สำหรับประเทศไทย หนึ่งในนกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) ซึ่งพบแวะพักบริเวณ แหลมผักเบี้ย–ปากทะเล จังหวัดเพชรบุรี นกชนิดนี้มีสถานะ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) และมีลักษณะโดดเด่นที่ จะงอยปากปลายแผ่คล้ายช้อน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ นกใช้จะงอยปากลักษณะพิเศษนี้ในการคุ้ยหาอาหารตามพื้นโคลน แม้จะมีขนาดเล็ก แต่นกชายเลนปากช้อนต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลระหว่างพื้นที่ผสมพันธุ์กับพื้นที่หลบหนาว การมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ตลอดเส้นทางจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของมัน บริเวณปากทะเลยังเป็นพื้นที่ที่ชุมชนและองค์กรอนุรักษ์ร่วมกันดูแล โดยมีทั้งการป้องกันการล่านก การส่งเสริมอาชีพที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ เช่น ผลิตภัณฑ์เกลืออย่างยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
พื้นที่อนุรักษ์สำคัญ
แหลมผักเบี้ย ปากทะเล จังหวัดเพชรบุรี, ไทย ใช้เป็นแหล่งพักหาอาหารระหว่างการอพยพ
จากนกตัวเล็ก สู่เรื่องใหญ่ของระบบนิเวศ นกทั้ง 4 ชนิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของนกบน เส้นทางการอพยพเอเชียตะวันออก–ออสตราเลเซีย ตั้งแต่นกที่ใช้ชีวิตอยู่ตามป่าชายเลน นกกระเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ไปจนถึงนกชายเลนตัวเล็กที่ต้องเดินทางข้ามประเทศและแวะพักตามพื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างทาง การเดินทางของนกเหล่านี้ไม่ได้เชื่อมโยงเพียงพื้นที่ธรรมชาติจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และวิถีชีวิตตลอดเส้นทางด้วย การรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำให้สมบูรณ์ จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้นกมีที่พักระหว่างการเดินทาง แต่คือการรักษาบ้านของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด และรักษาทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงผู้คนนับร้อยล้านคนตลอดเส้นทางการอพยพแห่งนี้
URL อ้างอิง: https://www.birdlife.org/east-asian-australasian-flyway/