คุณกำลังอยู่ที่

สิงหาคม 13, 2026220 3

ช่อมรกต” พืชค้นพบใหม่ของประเทศไทย

สำรวจพบ “ช่อมรกต” ในอุบลราชธานี เติมเต็มข้อมูลพืชวงศ์เหงือกปลาหมอ (Acanthaceae) และความหลากหลายของพรรณพืชไทย

การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าของประเทศไทยยังคงนำไปสู่การค้นพบข้อมูลสำคัญทางพฤกษศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนักวิจัยได้รายงาน “ช่อมรกต” (Lepidagathis thorelii Benoist) เป็น พืชค้นพบใหม่ของประเทศไทย (New Record for Thailand) ซึ่งพบการกระจายพันธุ์ในจังหวัดอุบลราชธานี นับเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยขยายองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธานและการกระจายพันธุ์ของพืชวงศ์เหงือกปลาหมอ (Acanthaceae) ในประเทศไทย

เดิม Lepidagathis thorelii เป็นพืชที่ถูกค้นพบเฉพาะที่ประเทศเวียดนาม โดย Benoist ปัจจุบันนักวิจัยไทยได้มีการสำรวจและตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้ในเวลาต่อมาพบหลักฐานว่าพืชชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์เข้ามาถึงประเทศไทย โดยพบในจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ที่พบ “ช่อมรกต” ได้แก่ อำเภอนาจะหลวย อำเภอน้ำยืน และอำเภอบุณฑริก ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติภูจอง–นายอย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม โดยพบในป่าดิบและป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูงประมาณ 180–300 เมตรจากระดับน้ำทะเล

การรายงานครั้งนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาพืชในประเทศไทย เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มชนิดพืชที่มีการยืนยันการพบในประเทศแล้ว ยังช่วยเติมเต็มข้อมูลด้านการกระจายพันธุ์ของพืชสกุล Lepidagathis และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสำรวจทรัพยากรพรรณพืชในพื้นที่ธรรมชาติของประเทศไทย

ข้อมูลทางอนุกรมวิธาน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Lepidagathis thorelii Benoist

วงศ์: Acanthaceae (วงศ์เหงือกปลาหมอ)

สกุล: Lepidagathis

ชื่อไทย: ช่อมรกต

การกระจายพันธุ์: เวียดนาม และประเทศไทย

ถิ่นอาศัย: ป่าดิบและป่าผลัดใบ

ระดับความสูงที่พบในประเทศไทย: ประมาณ 180–300 เมตรจากระดับน้ำทะเล

พื้นที่พบในประเทศไทย: จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอนาจะหลวย อำเภอน้ำยืน และอำเภอบุณฑริก พื้นที่สำคัญทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติภูจอง–นายอย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม 


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ “ช่อมรกต”

1. ใบ

ใบกระจุกบริเวณใกล้โคนต้น (Sub-basal rosette leaves)

ใบเรียงตัวแน่นเป็นกระจุกบริเวณใกล้โคนต้น ลักษณะการเรียงตัวคล้ายกลีบดอกกุหลาบ โดยกระจุกใบยกสูงจากระดับดินขึ้นมาเล็กน้อย รูปไข่กลับ (Obovate) แผ่นใบมีโคนเรียวแคบ และค่อย ๆ ขยายกว้างไปทางปลายใบ ซึ่งปลายใบมีลักษณะมนรูปรีแกมรูปไข่กลับ (Elliptic-obovate) แผ่นใบมีรูปร่างโดยรวมค่อนข้างรี โดยส่วนปลายใบกว้างและมนกว่าส่วนโคน


2. ช่อดอก

ช่อดอกเป็น ช่อกระจุกแน่นและตั้งตรง ชูขึ้นจากบริเวณกลางกระจุกใบที่แผ่ราบอยู่ใกล้พื้นดินดอกเรียงตัวแน่น ทำให้ช่อดอกมีลักษณะเป็นแท่งเด่นชัด


3. ใบประดับ 

ใบประดับมีสีตั้งแต่ เขียวอ่อนไปจนถึงเขียวเข้ม รูปร่างส่วนใหญ่เป็น รูปไข่กลับ (obovate) หรือเกือบกลม ใบประดับเรียงซ้อนกันอย่างแน่น ทำให้ช่อดอกมีลักษณะคล้ายเกล็ดและเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ช่อดอกมีลักษณะโดดเด่นใบประดับที่รองรับดอก (Fertile bracts) ใบประดับชนิดนี้มีลักษณะ เกลี้ยง ไม่มีขน (glabrous) ดอกจะเกิดแทรกอยู่ระหว่างใบประดับเมื่อดอกบาน กลีบดอกจะยื่นออกมาจากช่องระหว่างใบประดับ ทำให้มองเห็นดอกได้อย่างชัดเจน


4. กลีบดอก (Corolla)

ดอกย่อยมีสีตั้งแต่ สีขาว สีขาวอมชมพู จนถึงสีม่วงอ่อน บริเวณโคนกลีบปากล่างและภายในหลอดกลีบดอกอาจมี แถบหรือจุดประสีม่วงหรือสีเข้มลวดลายและสีบริเวณดังกล่าวช่วยเพิ่มความโดดเด่นของดอก และมีส่วนช่วยดึงดูดแมลงให้เข้ามาผสมเกสร


ลักษณะเด่นของ “ช่อมรกต”

“ช่อมรกต” มีลักษณะเด่นจาก ใบที่รวมตัวเป็นกระจุกใกล้โคนต้น และช่อดอกตั้งตรงเป็นแท่งที่มีใบประดับสีเขียวเรียงซ้อนกันแน่น เมื่อดอกบาน กลีบดอกสีขาวอมชมพูถึงม่วงอ่อนจะโผล่ออกมาระหว่างใบประดับ ทำให้เกิดความแตกต่างของสีที่สะดุดตาและเป็นลักษณะสำคัญในการสังเกตจำแนกพืชชนิดนี้

การรายงานครั้งนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาพืชในประเทศไทย เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มชนิดพืชที่มีการยืนยันการพบในประเทศแล้ว ยังช่วยเติมเต็มข้อมูลด้านการกระจายพันธุ์ของพืชสกุล Lepidagathis และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสำรวจทรัพยากรพรรณพืชในพื้นที่ธรรมชาติของประเทศไทย

URL อ้างอิง: https://doi.org/10.20531/tfb.2026.54.2.07 https://sc.kku.ac.th/sdg/sdg-15-life-on-land-อนุรักษ์ระบบนิเวศบน/120194/
3

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.

ยอมรับ รายละเอียด
© BEDO eLIBRARY. All Right reserved Powered by Bookdose Co., Ltd. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อกำหนดและเงื่อนไข