
นักวิจัยไทยค้นพบ “สังกรณีเงิน” พืชชนิดใหม่ของโลก
ความงดงามจากผืนป่าหินปูนจังหวัดตาก สู่การค้นพบครั้งสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพของไทย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประสบความสำเร็จในการค้นพบและเผยแพร่ “สังกรณีเงิน” (Lepidagathis argentea Kantachot & Chantar.) พืชชนิดใหม่ของโลกจากจังหวัดตาก นับเป็นผลงานสำคัญด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ผลงานวิจัยโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ช่อทิพย์ กัณฑโชติ และ ศาสตราจารย์ ดร.ประนอม จันทรโณทัย ศึกษาพืชสกุล Lepidagathis ในประเทศไทยผ่านการสำรวจภาคสนาม การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา และการตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้จากหอพรรณไม้หลายแห่ง ผลการศึกษาตีพิมพ์ใน Thai Forest Bulletin (Botany) ปี ค.ศ. 2026 และรับรองว่าประเทศไทยพบพืชสกุล Lepidagathis จำนวน 9 ชนิด รวมถึง สังกรณีเงิน ซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก
จุดเริ่มต้นของ “สังกรณีเงิน”
สังกรณีเงินถูกค้นพบจากบริเวณ น้ำตกทีโบโบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก โดยพบขึ้นในพื้นที่ ป่าเบญจพรรณบนหินปูน รวมถึงบริเวณริมถนนและพื้นที่ชื้นตามลำธาร ที่ระดับความสูงประมาณ 120–183 เมตรจากระดับน้ำทะเล ต่อมามีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดตาก และพบลักษณะที่สอดคล้องกัน ทำให้นักวิจัยสามารถศึกษาความแปรผันของลักษณะทางสัณฐานวิทยาและยืนยันความแตกต่างจากชนิดอื่นในสกุลเดียวกันได้อย่างชัดเจน
“ขนสีเงิน” เอกลักษณ์ที่นำไปสู่ชื่อ argentea
ลักษณะเด่นที่สุดของสังกรณีเงินคือ ใบประดับที่เป็นหมันและใบประดับที่มีดอกมีขนสีเงินปกคลุมอย่างหนาแน่น ทำให้ส่วนของช่อดอกมีลักษณะเป็นสีเงินและมองเห็นได้อย่างโดดเด่น ลักษณะดังกล่าวเป็นที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ “argentea” ซึ่งมาจากภาษาละติน หมายถึง “สีเงิน”
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
สังกรณีเงิน (Lepidagathis argentea Kantachot & Chantar.)
ลักษณะโดยทั่วไป
เป็นไม้ล้มลุกตั้งตรง สูงประมาณ 20–50 เซนติเมตร ลำต้นเป็นทรงกระบอก ผิวเกือบเกลี้ยงหรือมีขน
ลำต้น
ลำต้นเป็นทรงกระบอก ผิวเกือบเกลี้ยงหรือมีขน ลักษณะโดยรวมคล้ายกับพืชในสกุล Lepidagathis ชนิดอื่น จึงไม่ใช่ลักษณะหลักเพียงอย่างเดียวที่ใช้แยกชนิด
ใบ
ใบเรียงตรงข้ามกัน ก้านใบยาว 2–7 มิลลิเมตร แผ่นใบรูปรี ขนาด 6–13 × 1.3–2.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบเรียว ขอบใบเรียบ ผิวด้านบนเกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง และผิวด้านล่างเกลี้ยง มีเส้นแขนงใบ 6–7 คู่
ช่อดอก
ช่อดอกเป็นช่อแบบ spike พบทั้งบริเวณซอกใบและปลายยอด ยาวประมาณ 1.5–2.5 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นช่อดอกสั้นและส่วนใหญ่ไม่มีก้านหรือมีก้านสั้นมาก
ใบประดับที่ไม่มีดอก
ส่วนนี้เป็นหนึ่งในลักษณะเด่นที่สุดของสังกรณีเงิน ใบประดับมีสีเขียวอมเหลือง รูปรีหรือรูปรีแกมรูปใบหอกกลับ และมี ขนสีเงินหนาแน่นปกคลุมทั่วใบประดับ ปลายใบประดับแหลมหรือแหลมคล้ายหนาม และขอบมีขน
ใบประดับที่มีดอก
เป็นอีกลักษณะสำคัญที่ใช้จำแนกชนิด ใบประดับมีลักษณะบางคล้ายแผ่นเยื่อ รูปรีแกมรูปใบหอก และมี ขนสีเงินหนาแน่นปกคลุมเช่นเดียวกับใบประดับที่เป็นหมัน ปลายแหลมหรือมีติ่งแหลม และขอบมีขน
ลักษณะเด่นที่ใช้บ่งชี้ชนิดใหม่: ใบประดับมีขนสีเงินหนาแน่น
ลักษณะสำคัญที่ทำให้สังกรณีเงินโดดเด่นจากชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน คือ ใบประดับทั้งชนิดที่เป็นหมันและชนิดที่มีดอกถูกปกคลุมด้วยขนสีเงินอย่างหนาแน่น และมีปลายแหลมหรือมีติ่งแหลม ลักษณะดังกล่าวเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าและเป็นลักษณะสำคัญในการจำแนกชนิด
ใบประดับย่อย
มี 2 ใบ รูปขอบขนานถึงรูปใบหอกกลับ ขนาด 5–8 × 2–3 มิลลิเมตร ปลายแหลมหรือแหลมคล้ายหนาม และมีขน
กลีบเลี้ยง
กลีบเลี้ยงแบ่งเป็น 5 ส่วน โดยกลีบเลี้ยงด้านหลังมีรูปร่างขอบขนาน ยาว 5–8 มิลลิเมตร และมี เส้นใบ 3 เส้น ส่วนกลีบเลี้ยงด้านข้างมี 1 เส้น และกลีบเลี้ยงด้านหน้ามีรูปร่างเรียวยาว
กลีบดอก
กลีบดอกยาวประมาณ 8–12 มิลลิเมตร มี สีขาวอมสีน้ำตาลและมีลวดลายสีส้มหรือสีน้ำตาลเข้ม หลอดกลีบดอกยาว 5–8 มิลลิเมตร มีขนบริเวณส่วนบน ปลายกลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายกลีบดอกแยกเป็น 2 แฉก และ 3 แฉก
เกสรเพศผู้
มี 4 อัน อยู่ภายในหลอดกลีบดอก ก้านชูอับเรณูเกลี้ยง อับเรณูรูปขอบขนาน มีขน และอับเรณูทั้ง 4 อันเป็นแบบมี 2 ช่องเรณู
รังไข่
รังไข่รูปรี ผิวเกลี้ยง
ก้านยอดเกสรเพศเมียและยอดเกสรเพศเมีย
ก้านยอดเกสรเพศเมียยาวประมาณ 7–10 มิลลิเมตร มีขน ส่วนยอดเกสรเพศเมียมีลักษณะเป็นตุ่มหรือหัวกลม
ผล
ผลเป็นผลแห้งแตก รูปร่างรี ยาวประมาณ 4–8 มิลลิเมตร ผิวเกลี้ยง
เมล็ด
เมล็ดมีรูปร่างกลมหรือรูปไข่แกมรี ขนาดประมาณ 1–3 × 1–3 มิลลิเมตร และมี retinacula ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร
เหตุใดจึงเรียกว่า “พืชชนิดใหม่ของโลก”
นักวิจัยไม่ได้ตั้งชื่อสังกรณีเงินจากการพบพืชที่มีรูปลักษณ์แปลกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านกระบวนการศึกษาทางอนุกรมวิธานอย่างละเอียด ทั้งการตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้จากหอพรรณไม้ การศึกษาตัวอย่างพืชในธรรมชาติ การเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยากับพืชในสกุลเดียวกัน และการตรวจสอบตัวอย่างต้นแบบของชื่อที่เกี่ยวข้อง
ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะของพืชที่ค้นพบมีชุดลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างจากชนิดที่มีการตีพิมพ์ชื่อและเป็นที่ยอมรับทางวิทยาศาสตร์แล้ว โดยเฉพาะ ใบประดับที่มีขนสีเงินหนาแน่น ปลายใบประดับแหลมหรือมีติ่งแหลม กลีบเลี้ยงด้านหลังมี 3 เส้นใบ และลักษณะของกลีบดอก จึงได้รับการตีพิมพ์เป็นชนิดใหม่ของโลกในชื่อ Lepidagathis argentea Kantachot & Chantar.
การค้นพบสังกรณีเงินสะท้อนให้เห็นว่า ผืนป่าธรรมชาติของประเทศไทยยังคงมีความหลากหลายทางชีวภาพที่รอการสำรวจและศึกษาอีกมาก โดยเฉพาะระบบนิเวศพื้นที่หินปูน ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเฉพาะและสามารถเป็นแหล่งอาศัยของพืชที่มีการกระจายพันธุ์จำกัด
ข้อมูลทางอนุกรมวิธานจากการค้นพบพืชชนิดใหม่ยังมีความสำคัญต่อการจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ การศึกษาการกระจายพันธุ์ การประเมินสถานภาพและการวางแนวทางอนุรักษ์ในอนาคต
“สังกรณีเงิน” จึงไม่ใช่เพียงพืชชนิดใหม่ที่เพิ่มขึ้นในรายชื่อพรรณไม้ของโลก แต่เป็น หลักฐานชิ้นสำคัญที่สะท้อนคุณค่าของผืนป่าประเทศไทย และความสำคัญของการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง
การค้นพบครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของนักวิจัยไทยในการสำรวจ ศึกษา และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์สู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดประตูสู่การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ๆ ที่อาจซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าของประเทศไทยต่อไป