
หยุดวงจรพยาธิใบไม้ตับ! รู้ทัน ป้องกันได้ ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
พยาธิใบไม้ตับ...ภัยเงียบที่ยังคุกคามคนไทย
เกิดประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเมื่อมีการเปิดเผยผลตรวจสุขภาพนิสิตใหม่
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนมากถึง 4,233
ราย
ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสาเหตุหลักมักมาจากการรับประทานปลาร้าดิบและอาหารปรุงสุกๆ
ดิบๆ
แม้ปัจจุบันจะมีความรู้ด้านสุขภาพและสื่อออนไลน์เข้าถึงคนทุกวัย
แต่ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคามกลับสะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวล
เมื่อพบว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen
Z มีอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
รวมถึงการรับประทานปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างถูกต้อง
ข้อมูลล่าสุดจากนักวิจัยด้านมะเร็งท่อน้ำดีของมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่า
จากการคัดกรองประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 200,000 คน
พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเฉลี่ย 28.8% หรือกล่าวได้ว่า ประชาชนทุก 3 คน
จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 1 คน นอกจากนี้ยังประเมินว่า จากประชากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ
24 ล้านคน อาจมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 6 ล้านคน
หากยังคงมีพฤติกรรมรับประทานอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ
สถานการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ในปีการศึกษา
2569 ของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งพบข้อมูลที่น่ากังวล
โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามตรวจคัดกรองนิสิตใหม่กว่า 12,700
คน พบผลตรวจคัดกรองเป็นบวก 4,233
คน คิดเป็น 33% หรือเฉลี่ย นิสิต 3 คน พบผลบวก 1 คน
ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ 1,922
คน พบผลตรวจคัดกรองเป็นบวก 380 คน คิดเป็น 19% หรือประมาณ นิสิต 5 คน พบผลบวก 1 คน
สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้สูงอายุเหมือนในอดีต
แต่กำลังพบมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบหรืออาหารหมักที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างเหมาะสม
เช่น ปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านความร้อน
ที่น่าเป็นห่วงคือ
การติดเชื้อไม่ได้พบเฉพาะในผู้สูงอายุเหมือนในอดีต แต่เริ่มพบมากขึ้นในกลุ่ม Gen Z ซึ่งมีพฤติกรรมรับประทานอาหารตามกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์
เช่น ปลาดิบ ปลาร้าดิบ หรืออาหารหมักที่ไม่ได้ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ
แม้ปัจจุบันจะมีความรู้ด้านสุขภาพและสื่อออนไลน์เข้าถึงคนทุกวัย
แต่ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคามกลับสะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวล
เมื่อพบว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen
Z มีอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
รวมถึงการรับประทานปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างถูกต้อง
พยาธิใบไม้ตับติดต่อได้อย่างไร
พยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารที่มีตัวอ่อนของพยาธิ
เช่น
- ปลาน้ำจืดดิบ
- ปลาส้ม
- ปลาจ่อม
- ก้อยปลา
- ลาบปลา
- แจ่วบองที่ใส่ปลาดิบ
- ปลาร้าที่ผลิตหรือปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ
เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ตัวอ่อนจะเดินทางไปยังท่อน้ำดีและเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้นานหลายปีอาจพัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดีได้
ทำไมคนรุ่นใหม่จึงติดเชื้อเพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้น
ได้แก่
- การรับประทานอาหารตามกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์
- ความนิยมอาหารอีสานแบบดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบไม่ปรุงสุก
- ความเข้าใจผิดว่าการบีบมะนาว ใส่พริก
หรือแอลกอฮอล์สามารถฆ่าพยาธิได้
- ซื้อปลาร้าหรืออาหารหมักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน
ความจริงคือมะนาว น้ำปลา พริก หรือเครื่องปรุงต่าง ๆ ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ การปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน
วิธีป้องกันที่ทุกคนทำได้
1. รับประทานอาหารปรุงสุกทุกครั้ง
ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท
- ก้อยปลา
- ลาบปลา
- ปลาส้มดิบ
- ปลาจ่อม
- ปลาดิบทุกชนิด
เลือกอาหารที่ผ่านการต้ม นึ่ง
หรือปรุงจนสุกทั่วถึง
2. เลือกปลาร้าที่ผ่านการต้มสุก
หากรับประทานส้มตำหรืออาหารที่ใช้ปลาร้า
ควรเลือก
- ปลาร้าต้มสุก
- ปลาร้าบรรจุขวดที่ผ่านมาตรฐาน
- ร้านอาหารที่ระบุชัดเจนว่าใช้ปลาร้าสุก
ไม่ควรรับประทานปลาร้าดิบหรือปลาร้าที่ไม่ทราบแหล่งผลิต
3. งดทำตามกระแสกินดิบบนโซเชียลมีเดีย
คลิปรีวิวอาหารอาจสร้างความน่าสนใจ
แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าอาหารนั้นปลอดภัยหรือไม่
ก่อนรับประทาน ควรคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าความแปลกใหม่
4. ตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยง
ผู้ที่เคยรับประทานปลาดิบหรืออาหารหมักดิบเป็นประจำ
ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ
ปัจจุบันมีชุดตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
และประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าถึงบริการตรวจได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด
หากตรวจพบ
สามารถรักษาได้ด้วยยาถ่ายพยาธิตามคำแนะนำของแพทย์
5. ไม่กลับไปมีพฤติกรรมเดิมหลังรักษา
แม้รักษาหายแล้ว
หากยังกลับไปรับประทานอาหารดิบอีก ก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้
การติดเชื้อซ้ำหลายครั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี
บทบาทของร้านอาหาร
ผู้ประกอบการสามารถช่วยลดความเสี่ยงของผู้บริโภคได้
โดย
- ใช้ปลาร้าต้มสุก 100%
- เลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน
- แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก
- ปรุงอาหารด้วยความสะอาด
- ให้ข้อมูลลูกค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร
ร้านที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
แต่ยังช่วยลดการแพร่กระจายของโรคในชุมชน
บทบาทของครอบครัว โรงเรียน
และชุมชน
การแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว
แต่ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันได้ เช่น
- พ่อแม่ปลูกฝังการรับประทานอาหารสุกตั้งแต่วัยเด็ก
- โรงเรียนให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อจากอาหาร
- ชุมชนรณรงค์ลดการบริโภคอาหารดิบ
- สื่อและอินฟลูเอนเซอร์นำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกต้องด้านสุขภาพ
เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน
จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อและลดภาระโรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตได้อย่างยั่งยืน