คุณกำลังอยู่ที่

กรกฎาคม 13, 202648 3

หยุดวงจรพยาธิใบไม้ตับ! รู้ทัน ป้องกันได้ ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

พยาธิใบไม้ตับ...ภัยเงียบที่ยังคุกคามคนไทย

เกิดประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเมื่อมีการเปิดเผยผลตรวจสุขภาพนิสิตใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนมากถึง 4,233 ราย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสาเหตุหลักมักมาจากการรับประทานปลาร้าดิบและอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ

แม้ปัจจุบันจะมีความรู้ด้านสุขภาพและสื่อออนไลน์เข้าถึงคนทุกวัย แต่ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคามกลับสะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวล เมื่อพบว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z มีอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงการรับประทานปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างถูกต้อง

ข้อมูลล่าสุดจากนักวิจัยด้านมะเร็งท่อน้ำดีของมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่า จากการคัดกรองประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 200,000 คน พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเฉลี่ย 28.8% หรือกล่าวได้ว่า ประชาชนทุก 3 คน จะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 1 คน นอกจากนี้ยังประเมินว่า จากประชากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 24 ล้านคน อาจมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 6 ล้านคน หากยังคงมีพฤติกรรมรับประทานอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ

สถานการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับผลการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ในปีการศึกษา 2569 ของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งพบข้อมูลที่น่ากังวล โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามตรวจคัดกรองนิสิตใหม่กว่า 12,700 คน พบผลตรวจคัดกรองเป็นบวก 4,233 คน คิดเป็น 33% หรือเฉลี่ย นิสิต 3 คน พบผลบวก 1 คน ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ 1,922 คน พบผลตรวจคัดกรองเป็นบวก 380 คน คิดเป็น 19% หรือประมาณ นิสิต 5 คน พบผลบวก 1 คน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้สูงอายุเหมือนในอดีต แต่กำลังพบมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบหรืออาหารหมักที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างเหมาะสม เช่น ปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านความร้อน

ที่น่าเป็นห่วงคือ การติดเชื้อไม่ได้พบเฉพาะในผู้สูงอายุเหมือนในอดีต แต่เริ่มพบมากขึ้นในกลุ่ม Gen Z ซึ่งมีพฤติกรรมรับประทานอาหารตามกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ปลาดิบ ปลาร้าดิบ หรืออาหารหมักที่ไม่ได้ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ

แม้ปัจจุบันจะมีความรู้ด้านสุขภาพและสื่อออนไลน์เข้าถึงคนทุกวัย แต่ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคามกลับสะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวล เมื่อพบว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z มีอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงการรับประทานปลาร้าที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุกอย่างถูกต้อง

พยาธิใบไม้ตับติดต่อได้อย่างไร

พยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารที่มีตัวอ่อนของพยาธิ เช่น

  • ปลาน้ำจืดดิบ
  • ปลาส้ม
  • ปลาจ่อม
  • ก้อยปลา
  • ลาบปลา
  • แจ่วบองที่ใส่ปลาดิบ
  • ปลาร้าที่ผลิตหรือปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ

 เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ตัวอ่อนจะเดินทางไปยังท่อน้ำดีและเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้นานหลายปีอาจพัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดีได้


ทำไมคนรุ่นใหม่จึงติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้น ได้แก่

  • การรับประทานอาหารตามกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์
  • ความนิยมอาหารอีสานแบบดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบไม่ปรุงสุก
  • ความเข้าใจผิดว่าการบีบมะนาว ใส่พริก หรือแอลกอฮอล์สามารถฆ่าพยาธิได้
  • ซื้อปลาร้าหรืออาหารหมักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

ความจริงคือมะนาว น้ำปลา พริก หรือเครื่องปรุงต่าง ๆ ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ การปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน


วิธีป้องกันที่ทุกคนทำได้

1. รับประทานอาหารปรุงสุกทุกครั้ง

ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท

  • ก้อยปลา
  • ลาบปลา
  • ปลาส้มดิบ
  • ปลาจ่อม
  • ปลาดิบทุกชนิด

เลือกอาหารที่ผ่านการต้ม นึ่ง หรือปรุงจนสุกทั่วถึง


2. เลือกปลาร้าที่ผ่านการต้มสุก

หากรับประทานส้มตำหรืออาหารที่ใช้ปลาร้า ควรเลือก

  • ปลาร้าต้มสุก
  • ปลาร้าบรรจุขวดที่ผ่านมาตรฐาน
  • ร้านอาหารที่ระบุชัดเจนว่าใช้ปลาร้าสุก

ไม่ควรรับประทานปลาร้าดิบหรือปลาร้าที่ไม่ทราบแหล่งผลิต


3. งดทำตามกระแสกินดิบบนโซเชียลมีเดีย

คลิปรีวิวอาหารอาจสร้างความน่าสนใจ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าอาหารนั้นปลอดภัยหรือไม่

ก่อนรับประทาน ควรคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าความแปลกใหม่


4. ตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยง

ผู้ที่เคยรับประทานปลาดิบหรืออาหารหมักดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ

ปัจจุบันมีชุดตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าถึงบริการตรวจได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด

หากตรวจพบ สามารถรักษาได้ด้วยยาถ่ายพยาธิตามคำแนะนำของแพทย์


5. ไม่กลับไปมีพฤติกรรมเดิมหลังรักษา

แม้รักษาหายแล้ว หากยังกลับไปรับประทานอาหารดิบอีก ก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้

การติดเชื้อซ้ำหลายครั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี


บทบาทของร้านอาหาร

ผู้ประกอบการสามารถช่วยลดความเสี่ยงของผู้บริโภคได้ โดย

  • ใช้ปลาร้าต้มสุก 100%
  • เลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน
  • แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก
  • ปรุงอาหารด้วยความสะอาด
  • ให้ข้อมูลลูกค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร

ร้านที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า แต่ยังช่วยลดการแพร่กระจายของโรคในชุมชน


บทบาทของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน

การแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันได้ เช่น

  • พ่อแม่ปลูกฝังการรับประทานอาหารสุกตั้งแต่วัยเด็ก
  • โรงเรียนให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อจากอาหาร
  • ชุมชนรณรงค์ลดการบริโภคอาหารดิบ
  • สื่อและอินฟลูเอนเซอร์นำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกต้องด้านสุขภาพ

เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อและลดภาระโรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

URL อ้างอิง: https://www.bbc.com/thai/articles/clywmxlj0jgo.amp https://www.thaipbs.or.th/news/content/507947 https://www.thaipost.net/general-news/1027966/ https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1241980
3

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.

ยอมรับ รายละเอียด
© BEDO eLIBRARY. All Right reserved Powered by Bookdose Co., Ltd. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อกำหนดและเงื่อนไข