
พีชปาล์ม
ท่ามกลางกระแสความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ
และการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน “พีชปาล์ม” (Peach Palm) หรือ
“ภูพานเฮ” กำลังได้รับความสนใจในฐานะพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่มีศักยภาพสูง
ด้วยความโดดเด่นด้านคุณค่าทางโภชนาการ การใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในทุกส่วน
และความสามารถในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร และสุขภาพในอนาคตพืชชนิดนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่า
แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคอาหารจากพืช (Plant-Based Food) ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
จึงนับเป็นอีกหนึ่งพืชแห่งอนาคตที่น่าจับตามอง ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ
ความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ชื่อวิทยาศาสตร์: Bactris gasipaes Kunth
ชื่อสามัญ: Peach Palm, Pejibaye, Pupunha,
Chontaduro
วงศ์: Arecaceae (วงศ์ปาล์ม)
สกุล: Bactris
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการใช้ประโยชน์
ลำต้นและยอดอ่อน (Heart of Palm)
ไม้ยืนต้นสูง 6–24 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
12-26 เซนติเมตร
ลำต้นทรงกระบอก ลำต้นมีหนามแหลมคมสีเข้ม และยาวได้ถึง 14 เซนติเมตร แตกหน่อจากตาข้างโคนต้น
ส่วนยอดหรือแกนกลางลำต้นมีสีขาวนวล รสหวาน กรอบนุ่ม คล้ายยอดมะพร้าว และหน่อไม้ ถูกนำมาใช้ในการผลิตเนื้อปาล์ม
ประโยชน์: สามารถรับประทานสด
และแปรรูปเป็นอาหาร เช่น แกนพีชปาล์มดอง เนื้อเบอร์เกอร์จากพืช พีชปาล์มทอด
เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ ผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
เนื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่ระคายเคืองลำไส้ และไม่ก่อให้เกิดอาการท้องผูก
ผลพีชปาล์ม
มีการออกเป็นช่อขนาดใหญ่
ช่อหนึ่งมีประมาณ 50 – 80 ผล ผลมีลักษณะรูปไข่ ผลดิบเปลือกมีสีเขียว เมื่อสุกผิวเปลือกเป็นมัน
สีเหลือง ส้ม หรือแดง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 - 7.5 เซนติเมตร เนื้อผลด้านในมีลักษณะแน่น
คล้ายมันเทศหรือเกาลัด บางพันธุ์มีเมล็ด และบางพันธุ์ไม่มีเมล็ด
ประโยชน์: นิยมนำไปต้มสุกหรือย่างรับประทานเป็นของว่าง
มีรสชาติ หวานมัน คล้ายเกาลัดผสมอัลมอนด์ หรือมันฝรั่งอบ
ใบพีชปาล์ม
ใบของพีชปาล์มมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก
เรียงสลับคล้ายทางมะพร้าว หรือใบปาล์ม สีเขียวเข้มเป็นมันแตกต่างจากพืชปาล์มทั่วไปตรงที่ใบพีชปาล์มจะไม่ทิ้งใบในหน้าแล้ง
สามารถช่วยป้องกันไฟป่า และลดฝุ่นละอองได้ดี
ประโยชน์: ใบมีโปรตีนสูงนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์
เช่น โคขุน สัตว์น้ำกินพืช (ปลา,
หอย) ทำสีย้อมผ้า และเป็นแนวป้องกันไฟป่า และทำปุ๋ยชีวภาพ
ช่อดอกพีชปาล์ม
ช่อดอกจะแทงออกมาจากซอกใบโดยมีกาบหุ้มช่อดอก
(Spathe) ที่มีลักษณะแข็ง
หนา และมีหนามแหลมคมปกป้องอยู่
เมื่อกาบหุ้มช่อดอกเปิดออก
จะพบช่อดอกที่ประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กสีครีม หรือเหลืองอัดแน่นอยู่รวมกัน ภายในช่อดอกเดียวกันจะประกอบด้วยดอกตัวเมีย
และดอกตัวผู้ปะปนกัน โดยส่วนปลายของช่อดอกจะมีเฉพาะดอกตัวผู้
ประโยชน์: สามารถนำไปต้มดื่มเป็นน้ำชา
รากพีชปาล์ม
มีระบบรากฝอย เช่นเดียวกับพืชตระกูลปาล์มทั่วไป
รากจะงอกออกจากโคนลำต้น ซึ่งอาจแผ่ขยายออกไป 4 - 5 เมตร รากจะชอนไชอยู่บริเวณผิวดินระดับความลึกไม่เกิน
30
- 45 เซนติเมตร ทำให้ไม่ต้องการน้ำใต้ดินที่ลึกมากนัก
แต่ต้องดูแลไม่ให้ผิวดินแห้ง
ประโยชน์: ใช้ในการศึกษางานวิจัยด้านสมุนไพร
คุณค่าทางโภชนาการของพีชปาล์ม
แกนสีขาวของพีชปาล์มมีโปรตีนสูงถึง
22.47 กรัม ต่อ 100 กรัม (น้ำหนักแห้ง) ย่อยง่าย
ไม่ระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากมีใยอาหารช่วยส่งเสริมการขับถ่าย เหมาะสำหรับผู้ดูแลสุขภาพ
ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
การปลูก
1. การเตรียมพื้นที่และการปลูก
ระยะปลูก:
ใช้ระยะ 4 × 4
เมตร ทำให้ปลูกได้ประมาณ 100 ต้น/ไร่
พื้นที่ราบลุ่ม:
ควรไถพรวน ปรับระดับดิน และวางระบบน้ำให้พร้อมก่อนปลูก
พื้นที่ดอน/ลาดชัน:
ควรยกร่องเนินเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังโคนต้น
การปลูก:
ขุดหลุมขนาด 50 × 50
× 50
เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก แล้วนำต้นกล้าลงปลูก
กลบดินให้แน่นและรดน้ำให้ชุ่ม
2. การดูแลรักษา
น้ำ:
ต้องน้ำตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วง 1 - 2 ปีแรก
ควรรดน้ำสม่ำเสมอแต่ไม่ควรปล่อยให้แฉะเกินไป
ปุ๋ย:
ให้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงต้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
การกำจัดวัชพืช:
หมั่นตัดหญ้า และกำจัดเศษวัชพืชรอบโคนต้นเพื่อป้องกันการเพาะพันธุ์ของศัตรูพืช
3 การเก็บเกี่ยวผลผลิต
การตัดยอด: สามารถเริ่มตัดยอดเพื่อรับประทานได้เมื่ออายุครบ
1 ปี
การเก็บผล: ต้นพีชปาล์มจะเริ่มให้ผลเมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 เป็นต้นไป
อ้างอิง
https://today.line.me/th/v3/article/BEk6P96
https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/techno-news/article_282022
https://peachpalmasia.com/about_peachpalm
https://www.feedipedia.org/node/567
https://www.youtube.com/watch?v=7Mo608jdgHg